ประโยคของฮันนา อาเรินท์
นักปรัชญาหญิง
“พลเมืองในอุดมคติของระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่นาซีหรือคอมมิวนิสต์ที่เชื่ออย่างสุดใจ แต่คือคนที่แยกไม่ออกอีกต่อไปว่าอะไรคือข้อเท็จจริงและอะไรคือเรื่องแต่ง อะไรจริงและอะไรเท็จ”
The ideal subject of totalitarian rule is not the convinced Nazi or the convinced Communist, but people for whom the distinction between fact and fiction (i.e., the reality of experience) and the distinction between true and false (i.e., the standards of thought) no longer exist.
The Origins of Totalitarianism (1951), Part 3, ch. 13, section 3 (มีแหล่งอ้างอิง) ที่มา
แท่นพิมพ์ของเธอ อยากได้ประโยคของตัวเองบ้างไหม ไปหมุนตู้นี้เลย
ประโยคอื่นของฮันนา อาเรินท์
- “ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ ความชั่วส่วนใหญ่ถูกทำโดยคนที่ไม่เคยตัดสินใจเลยว่าจะเป็นคนชั่วหรือคนดี หรือจะทำชั่วหรือทำดี”
- “ยิ่งฟังไอช์มันน์พูดนานเท่าไร ก็ยิ่งเห็นชัดว่า การที่เขาพูดอะไรเป็นของตัวเองไม่ได้ ผูกพันแน่นกับการที่เขาคิดไม่เป็น คือคิดจากมุมของคนอื่นไม่เป็น”
- “ภายใต้ความหวาดกลัว คนส่วนใหญ่จะยอมทำตาม แต่จะมีบางคนที่ไม่ยอม ในฐานะมนุษย์ แค่นั้นก็พอแล้ว และเราไม่อาจขออะไรมากไปกว่านั้น เพื่อให้โลกใบนี้ยังเป็นที่ที่มนุษย์อยู่ได้”
- “ถ้อยคำซ้ำซาก วลีสำเร็จรูป และการยึดติดกับแบบแผนการพูดและการทำตัวตามที่สังคมกำหนด ล้วนมีหน้าที่ที่ทุกคนยอมรับกันอยู่ คือปกป้องเราจากความเป็นจริง”
- “ความต้องการของเหตุผลไม่ได้มาจากการตามหาความจริง แต่มาจากการตามหาความหมาย และความจริงกับความหมายไม่ใช่สิ่งเดียวกัน”
- “อำนาจกับความรุนแรงเป็นสิ่งตรงข้ามกัน ที่ใดที่สิ่งหนึ่งปกครองอย่างเบ็ดเสร็จ อีกสิ่งหนึ่งก็จะไม่มีอยู่ที่นั่น”